Jump to content





รีวิวหนัง Aliens VS Predator : Requiem - สงครามฝูงเอเลี่ยนปะทะพรีเดเตอร์ 2


1 reply to this topic

#1 rbgel

    <อัศวินมาไค ยศกาโร่>

  •  DGO Reporter 
  • 6,781 posts
  • Gender:Female

Posted 30 May 2008 - 10:27 PM

Aliens vs Predator - Requiem

-สงครามฝูงเอเลี่ยนปะทะพรีเดเตอร์ 2-


"There will be no peace on Earth"

+แม้จะไม่ได้รับคำชื่นชมสักเท่าไหร่นักสำหรับ Aliens VS Predator ภาคแรกที่ออกฉายไปเมื่อ 3 ปีก่อน แต่ก็เพราะว่าหนังมีแฟนเดนตายเฝ้าติดตามและคอยอุดหนุน อีกทั้งยังทำเงินทำทอง และขายของพ่วงได้อีกมากมาย ทำให้ 2 สายพันธุ์สิ่งมีชีวิตสยองจากต่างดาว จากหนังแอ็คชั่น-เขย่าขวัญ
คลาสสิคต้องกลับมาเจอกันอีกครั้ง . . เหตุผลน่าจะเพราะ "เงิน" ตัวเดียว . .


+ในเมื่อหนังภาคแรกยังไม่เอาอ่าวเอาทะเล (ไม่แม้แต่มหาสมุทรด้วยซ้ำ) โดยเฉพาะกับการจับ "เสน่ห์" ของหนัง Alien และ Predator มาใช้ไม่ได้เลยอย่างสิ้นเชิง กลายมาเป็นหนังแอ็คชั่นสัตว์ประหลาดพื้นๆ ที่ไม่ได้มีอะไรที่เป็นที่จดจำ หรือน่าประทับใจสำหรับคอหนังทั้ง Alien และ Predator ที่เข้าถึง และ "รู้สึก" กับตัวหนังมากกว่าความบันเทิง . . เพราะหนังสัตว์ประหลาดเรื่องดังของผู้กำกับ "พอล ดับเบิ้ลยูเอส แอนเดอร์สัน" เรื่องนั้น ทำอารมณ์ของหนังสยองขวัญหล่นหายไปไหนก็ไม่รู้ . .

+ดังนั้นหากจะหวังอะไรกับภาคต่อของหนังภาคแรก ที่ไม่ได้มีอะไรเป็นที่น่าจดจำนอกจากเป็นหนังที่หยิบเอาเอเลี่ยน กับพรีเดเตอร์มาเจอกันก็เท่านั้น ก็ดูจะไม่ใช่เรื่องที่ถูกที่ควรสักเท่าไหร่ . . และยิ่ง Aliens VS Predator : Requiem เองก็ไปได้ไม่ถึงฝั่งฝันที่หนังต้องการด้วยซ้ำ


+ทั้งๆ ที่พยายามจะตั้งชื่อให้ระลึกถึงงานคลาสสิคที่เจมส์ แคเมอรอนเคยทำไว้ ที่ในครั้งนั้น ฉีกหนีความคลาสสิคของหนัง Alien ภาคแรกที่ริดลีย์ สก๊อตต์กำกับ ด้วยการปรับแนวหนังจากไวไฟ-เขย่าขวัญ ที่ให้อารมณ์ลุ้นระทึกเหมือนเดินอยู่ในบ้านผีสิง มาเป็นเขย่าขวัญที่เติมสัดส่วนของความเป็นหนังแอ็คชั่นลงไป และในขณะเดียวกันก็เพิ่มปริมาณของผู้ล่า จากหนึ่งตัวในภาคแรกมาแบบเป็นฝูงในภาคต่อมา ทำให้ Alien กลายมาเป็น Aliens!!! . . และกับ Aliens VS Predator : Requiem เอง ก็น่าจะมาพร้อมกับมุขเดียวกันนี้ . .


+หนังของ "โคลิน และเกร็ก สเตร้าส์" ที่เขียนบทโดย "เชน ซาเลอร์โน่" เปิดเรื่องมาได้อย่างน่าสนใจ ด้วยการให้ตัวอ่อนเอเลี่ยนตัวหนึ่งเจาะช่องท้องของเหยื่อที่เป็นพรีเดเตอร์ขึ้นมาดู
โลก ก่อนที่จะเติบโตอย่างรวดเร็วเกินธรรมดาของ
เอเลี่ยนทั่วๆ ไป ในขณะเดียวกันก็มีลักษณะของพรีเดเตอร์ผสมอยู่ในตัว

+และเจ้าพรีเดเลี่ยนตัวนี้ก็จัดการสังหารบรรดาพรีเดเตอร์ที่อยู่บนยานอวกาศ ที่ภายในบรรทุกเอาตัวอ่อนเอเลี่ยนในระยะตัวเกาะหน้า (Face Hugger) ซะเกลี้ยงยกลำ ส่งผลให้ยานอวกาศพุ่งตกลงมายังเมืองเล็กๆที่เงียบสงบแห่งหนึ่ง . . และไม่ช้าประชากรของเมืองนี้ก็กลายเป็นเหยื่อ และแหล่งเพาะพันธุ์ชั้นดีของเอเลี่ยน ในขณะที่ฝ่ายพรีเดเตอร์ที่ได้รับรู้เหตุการณ์นี้เข้า ก็รีบมุ่งหน้ามาที่โลกทันที เพื่อเก็บกวาดทุกอย่างให้เรียบร้อย โดยเดินทางมาลำพังเพียงตัวเดียว . .


+ก่อนที่จะพบว่านอกจากคู่ปรับตัวร้ายจะมากันแบบเป็นฝูงแล้ว งานนี้มันยังต้องเจอกับเอเลี่ยนกลายพันธุ์ ที่มีพันธุ์ผสมของพรีเดเตอร์ และยังสามารถขยายพันธุ์ได้โดยไม่ต้องวางไข่และฟักเป็นตัวเกาะหน้า แล้วฝังตัวอ่อนในร่างของมนุษย์อีกต่อไป . . งานนี้บรรดาตัวละครมนุษย์ทั้งหลาย ก็กลายเป็นเพียงเหยื่อและตัวประกอบฉากธรรมดาๆพื้นๆ ไม่ได้มีอะไรมากไปกว่านั้น . .

+แต่ถึงจะกันเอาตัวละครมนุษย์ออกไป แล้วหันมาเล่นกับการไล่ล่าระหว่างพรีเดเตอร์และเอเลี่ยนแทน เอาเข้าจริงๆหนังก็ไปไม่รอด ในเมื่อบทและพล็อตของหนังอ่อนซึ่งน้ำหนักและขาดความสมเหตุสมผลอย่างสิ้นเชิง โดยที่ไม่ต้องไปมองถึงบทว่ามันมีความแข็งแรง เป็นหลักเป็นฐานให้กับหนังได้มากน้อยขนาดไหน . . ไม่แปลกอะไรที่ Aliens VS Predator : Requiem จะออกมาเป็นหนังเกรดบีราคาถูก พร้อมทั้งส่งให้งานหนังภาคแรกกลายเป็นหนังที่ดูดีขึ้นมาถนัดตา . .


+ด้วยความที่ไปๆมาๆ อารมณ์และโทนของหนังมีแต่การไล่ล่าแบบไม่ลืมหูลืมตา ระหว่างพรีเดเตอร์และเอเลี่ยน สลับกับภาพแหวะๆที่โผล่มาให้เห็นเป็นระยะๆ แต่ "เนื้อ" ของหนังที่ทำให้รู้สึกว่ามีความ "น่าติดตาม" นั้นไม่มีอยู่เลย . . จะว่าไปก็ไม่ต่างกับการนั่งดูใครสักคนนั่งเล่นเกมคอมพิวเตอร์จำพวกไล่ยิง เดินหน้าฆ่ามัน ดูจบแล้วก็จบกันไป

+ซึ่งแม้จะพยายามดึงตัวละครมนุษย์มาเป็นตัวดำเนินเรื่องราว หรือพยายามให้เป็นศูนย์กลางของหนัง แต่ด้วยความอ่อนของบท ความไม่ลงตัวของพล็อตที่วางเอาไว้ ตัวละครที่มีแคแรคเตอร์แบนราบสนิท และมาพร้อมกับสูตรสำเร็จเป๊ะๆ ที่มีการกระทำที่ดูไม่สมเหตุสมผลด้วยแล้ว ยิ่งทำให้หนังไม่มีอะไรให้ผูกพันหรือจดจำเข้าไปใหญ่ . .


+และก็เป็นเช่นเดียวกับหนังภาคแรก Aliens VS Predator : Requiem ไม่มีความเป็นหนังเข่าขวัญอยู่ในตัวเลยแม้แต่น้อย หนังไม่มีเหตุการณ์ในระดับที่เรียกว่า "ลุ้น" ระทึกให้เกิดขึ้น หรือจะเรียกว่าไม่มีความน่าตื่นเต้นในตัวก็คงไม่ผิดอะไร . . และที่ทำให้หนักข้อเข้าไปอีกก็คือ งานด้านภาพที่มืดสนิทจนแทบจะมองไม่เห็นอะไร และพยายามจะทำให้ดูเก๋ มีลูกเล่น ด้วยการใช้ภาพแทนสายตาของพรีเดเตอร์สลับกับการใช้ภาพจากกล้องอินฟาเรดของมนุษย์เราๆ

+แต่ไปๆ มาๆ หนังก็ทำได้แค่นั้น ไม่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ในแง่ของการสร้างความตื่นเต้น หรือทำอะไรที่เป็นชิ้นเป็นอันได้เลย . . พอมารวมกับการตัดต่อภาพที่วูบวาบ ฉับไว ไม่รู้ใครเป็นใคร และอยู่ในสถานการณ์ที่แสงน้อยตลอดเวลา ก็ยิ่งทำให้ปวดตา และดูไม่รู้เรื่องเอาง่ายๆ . .


+หนังหยิบมุขเก่ามาเล่น แต่นำมาปรับแต่งใช้ประโยชน์ไม่ได้ ซึ่งก็คล้ายๆกับการสร้างตัวพรีเดเลี่ยน ซึ่งเป็นเอเลี่ยนพันธุ์พิเศษที่ฟักตัวขึ้นมา ที่มีเอกลักษณ์ในการใช้ชีวิต และรูปแบบการขยายพันธุ์ที่ใช้ได้ทีเดียว แต่พอหนังไม่สามารถพาตัวเองไปอยู่ในทิศทางของหนังเขย่าขวัญที่ออกหลอนๆได้ และเลือกที่จะเดินหน้าไปสู่ความเป็นหนังแอ็คชั่นเต็มที่ ทำให้เวลาที่มอบให้กับตัวละครตัวนี้มีไม่มากพอที่จะทำให้คนดูรู้สึกถึงความร้ายกาจ และน่าสะพรึงกลัวของมัน . .

+เช่นเดียวกันกับตัวพรีเดเตอร์ผู้เดียวดาย ที่หากไม่ได้อ่านจากโปรดัคชั่นโน้ตที่แปะติดอยู่หน้าโรง ก็คงไม่รู้ว่าพรีเดเตอร์ตัวที่เห็นในหนังนี้คือนักสู้ยอดฝีมือระดับหัวแถวของพวกมัน
แล้ว และมีลักษณะความเป็นนักล่าที่เก่งกาจพิเศษๆอีกหลายอย่างอยู่ในตัว . . ซึ่งพอหนังขายตรงนี้ไม่ได้ ก็คงยากที่จะให้ใครได้รับรู้ถึงความยิ่งใหญ่ในการต่อสู้ของคู่ปรับคู่นี้ เช่นเดียวกับที่ไม่รู้สึกถึงความซับซ้อนของตัวละคร และเนื้อหา . .


+หนังหาทางออก หรือบทสรุปให้ตัวเองด้วยการแสดงให้เห็นถึงความโหดเหี้ยม และเฉียบขาดของมนุษย์ด้วยกันเองที่ไม่แพ้สัตว์ต่างดาวแต่อย่างใด . . ดูจะเป็นทางออกที่ง่าย และไร้ซึ่งไอเดียเอาการอยู่ แม้จะจบแบบทิ้งท้ายไว้ให้สร้างภาคต่อได้ แต่ด้วยความที่หนังทำได้ไม่ "ถึง" มาสองภาคติดๆกัน ถ้ายังทำภาคต่อออกมา ก็ยิ่งจะทำลายเครดิตเดิมๆของหนังต้นฉบับทั้ง Alien และ Predator ไปเรื่อยๆ . . แต่ถ้าจะมีภาคต่ออีกจริงๆก็ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจแต่อย่างใด เพราะขนาดเอเลี่ยนเองก็ยังลากยาวกันมาได้ถึง 4 ภาค ไม่ใช่หรือ . .

+สำหรับแฟนพันธุ์แท้หนังสัตว์ประหลาดชื่อดังทั้ง 2 ตัวนี้คงจะไม่พลาดกันอยู่แล้ว แต่กับคอหนังทั่วไปที่อยากรู้เรื่องราวที่ค้างคาจากภาคแรก และกำเนิดของพรีเดเลี่ยน . . Aliens VS Predator : Requiem มีคำตอบให้คุณค่ะ แต่ชมแล้วชอบหรือไม่ชอบอย่างไร อันนี้สไตล์ใคร . . สไตล์มันนะ . .

+ให้ 2 ดาวค่ะ* (*ความคิดเห็นส่วนตัว) 4412144b.gif 967339c1.gif

+ภาพประกอบจากเว็ปไซต์ http://www.nangdee.com/title/html/m1453.html ค่ะ

+Aliens vs Predator - Requiem Trailer+
http://www.youtube.com/watch?v=IWn8vywxIm8

QUOTE
+ขอเก็บค่าอ่านคนละ 1 คอมเม้นต์เท่านั้นจ้า+
+ yoyo_55.gifเป็นกำลังใจให้ผู้เขียนค่ะจ้า . . ไม่ตอบ Reply ให้กันมั่ง ขอให้จู๊ดๆ (นิสัยๆ ^ ^)+yoyo_55.gif +


+อีกสักนิด เนื่องจากมีเพื่อนๆ พี่ ๆ หลายท่าน ถามเรื่องระดับของดาวมา . . จะขอชี้แจงดังนี้ค่ะ+

QUOTE
+ดาวที่ให้ วัดกันง่ายๆเลยจาก 1-4 ดาวค่ะ โดย+
1 ดาว - หนังดูไม่สนุกเอาซะเลย
2 ดาว - หนังดูได้แบบเพลินๆ อย่างน้อยก็ยังดูเอามันได้
3 ดาว - หนังสนุก คุ้มค่า มีความน่าสนใจ และมีดีในระดับที่ชวนติดตาม และน่าซื้อหาเก็บไว้ยามออกเป็นแผ่น
4 ดาว - หนังยอดเยี่ยมอย่างที่สุด และพลาดไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง


+และแน่นอนว่า ทั้งหมดเป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียน อาจจะไม่ตรงกับบางท่าน เพราะรสนิยมความชอบที่ต่างกันนั่นเองค่ะ

+ และสำหรับรีวิว เขียนเพื่อให้อ่านเป็นแนวทาง สำหรับการเลือกดู หรือเก็บสะสมแผ่น . . หรือแลกเปลี่ยนความรู้สึก และประสบการณ์จากหนังเรื่องนั้นค่ะ


+ดูหนังให้สนุกนะคะ+

Edited by rbgel, 16 December 2009 - 04:35 PM.


#2 ~BusteR~

    You are not alone.

  •  High Royal Executive Members 
  • PipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPip
  • 3,411 posts
  • Gender:Male
  • Interests:DGO BATTLE SYSTEM

Posted 31 May 2008 - 01:22 PM

a03cbf1e.gif มันจะทำมาซักกี่ภาค ผมก็จะตามดูครับ สำหรับเรื่องนี้
ให้ 3 ดาวครับ :aha: